[SF] Unexpected Love 1st

posted on 12 Feb 2014 09:50 by katsukipri in fic
 

Unexpected Love

 

Status :   Short Fic 1/3 or 4

Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon]

Author: Kat Jung

Copyreader : ~HaRuChUn~_1218 >///<

Genre: Yaoi, AU

Rating:  PG-15+  ^^ 
  




Note : กลับมาอีกครั้งแบบไม่ได้ตั้งใจ 555

 

 

 

 

 

Unexpected Love

 

 

 ผิดพลาด...นี่มันคือความผิดพลาดชัดๆ

 

เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเรื่องทุกอย่างมันกลายมาเป็นแบบนี้ได้อย่างไร?

 

ทำไมคนอย่างเขาถึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้?

 

มันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไร...คิดๆไปมันก็คงจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนนั้นละมั้ง

 

มันเป็นวันที่...

 

...บ้าสิ้นดีทีเดียว...

 

.....

 

...............

 

..... unexpected love.....

 

……………

 

…..

 

 

Unexpected One: Young, Wild & Free

 

 

 

“จียงอา...เมื่อไรจะมาเล่นกับฉันซะทีละ?”

 

เด็กสาวผมยาวสลวยร้องถามเด็กหนุ่มร่างโปร่งที่เธอนั่งกอดคอ คลอเคลียอยู่ไม่ห่าง ก่อนจะถูกเด็กสาวผมสั้นหน้าตาจิ้มลิ้มอีกคนแย้งพร้อมกับรั้งแขนเด็กหนุ่ม ซึ่งนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเธอให้เอนตัวเข้าไปหาตัวเธอมากขึ้น

 

“เธอพูดอะไรน่ะ วันนี้จียงจะมาเล่นกับฉันต่างหากละ!”

 

“เอ๋!? จริงน่ะ? แต่ฉันรอมานานแล้วนะ วันนี้จียงไปเล่นกับฉันแทนไม่ได้เหรอ?”

 

“ได้ยังไงล่ะ! ฉันมาก่อนเธอนะ!....ใช่มั๊ยจียง”

 

“จียงอา...”

 

“เอ...เอาไงดีน้า...” เด็กหนุ่มหน้าสวยที่ถูกสองสาวรบเร้ายิ้มบาง พลางทำเป็นนิ่งคิด ด้วยรู้ว่าถ้าทำแบบนี้จะทำให้คนเฝ้ารอคำตอบกระวนกระวายใจแค่ไหน แม้จะรู้ว่าแกล้งแบบนี้ออกจะร้ายกาจไปนิดสำหรับคนที่เฝ้าหลงใหลตน แต่เขาพอใจที่จะทำมัน...มีแค่ความสนุกของตนเท่านั้นที่เขาสนใจ

 

“ขอโทษนะ แต่ฉันคงคบกับเธอแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว”

 

หือ?

 

จียงชะงักความคิด เมื่อจู่ๆก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังมาจากเหนือศีรษะ

 

ในตอนนี้ตัวเขากับเด็กสาวอีกสองคนกำลังอยู่บนพื้นห้องของชมรมหมาก รุกจีนที่ไม่ค่อยมีสมาชิกชมรมเข้ามาบ่อยนัก ด้านบนตรงกำแพงที่เขานั่งพิงหลังอยู่นั้นเป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อน 2 บาน ที่หนึ่งในนั้นเปิดค้างเอาไว้เพื่อระบายอากาศภายในห้อง และเวลานี้ก็มีใครกำลังยืนคุยกันอยู่ด้านหลังตัวอาคารตรงบริเวณที่พวกเขา นั่งกันอยู่พอดี

 

“เอ๋!!? ทะ..ทำไมละคะ หรือโบมิทำอะไรให้พี่ไม่พอใจงั้นเหรอคะ”

 

“เปล่าหรอก แต่ฉันว่าฉันคงไม่ได้ชอบเธอแบบนั้น เพราะฉะนั้นเธอก็ควรตัดใจและไปหาคนใหม่ที่ดีกว่าฉันเถอะ”

 

เจ้าของน้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยด้วยสุ้มเสียงราบเรียบจริงจัง โดยไม่นำพาต่ออาการสะอึกสะอื้นของคู่สนทนา และนั่นก็ทำให้คนแอบฟังโดยไม่ได้ตั้งใจอย่างจียงต้องเงยหน้าขึ้นมองไปทาง ช่องหน้าต่างที่อยู่ด้านบนศีรษะอย่างอดไม่ได้

 

อ๊ะ! หมอนี่มันชเวซึงฮยอน รุ่นพี่ปีสามที่เรียนอยู่คณะวิศวะนี่หว่า เคยเห็นหน้ากันตอนรับน้องรวมไม่กี่ครั้ง ไม่คิดว่าจะเป็นคนจริงขนาดนี้แฮะ

 

จียงคิดแล้วก็เบ้หน้า แต่หูก็ยังคงฟังบทสนทนาที่ดูท่าจะยืดเยื้อนั้นต่อไป

 

“ม..ไม่นะ! โบมิจะไปหาใครคนไหนที่ดีกว่าพี่ซึงฮยอนอีกละคะ!”

 

“ตัดใจเถอะนะ เพราะฉันไม่ได้ชอบเธอจริงๆ”

 

เฮ้อ...จะจริงจังไปไหนนะ จริงจังซะจนน่ารำคาญ ในเมื่อผู้หญิงเค้าออกจะเรียกร้องต้องการขนาดนั้น แค่ยอมคบเล่นๆต่อไป คิดซะว่าช่วยเต็มความต้องการทางเพศได้ก็พอแล้วไม่ใช่หรือไงเล่า!

 

“ทำไมถึงเป็นโบมิไม่ได้ละคะ ฉัน..ฮึก...ฉันจะพยายามทำให้พี่ชอบฉันให้ได้...เพราะฉะนั้น อึก..ได้โปรดให้โอกาสโบมิอีกสักครั้งเถอะค่ะ...”

 

“อย่าเลย ถ้าดึงดันคบกันต่อไป สุดท้ายเธอนั่นแหละที่จะเจ็บปวดนะ”

 

“ไม่..ไม่จริงหรอกค่ะ! ฮึก ฮือ...”

 

ดูเหมือนบทสนทนานี้จะไม่จบลงง่ายๆจริงๆ ในเมื่อคนสองคนต่างยืนยันความคิดของตนเองต่อไปโดยไม่มีใครยอมใคร และนั่นก็ทำให้คนที่ต้องมานั่งทนฟังอย่างจียงเริ่มหงุดหงิด

 

โอ๊ย!! ไปเถียงกันที่อื่นได้มั๊ย! น่ารำคาญจริงๆ

 

“หนวดหูชะมัด”

 

สุดท้ายก็หลุดปากเผลอพูดคำที่คิดอยู่ออกไป จียงยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตกใจของสองสาวข้างกาย แม้จะรู้ว่ามันสายไปแล้วก็ตาม

 

หมับ!

 

อ๊ะ!

 

เด็กหนุ่มสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ศีรษะก็ถูกจับ จียงเงยหน้าขึ้นอัตโนมัติ แล้วก็เห็นสายตาคมกริบที่มองตรงมา ชั่วขณะนั้นเขาได้แต่ตะลึงมอง แล้วพอตั้งสติได้เขาก็เกือบจะส่งเสียงตอบโต้ออกไป และก็เหมือนรุ่นพี่หนุ่มจะรู้สึกได้ จึงยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะริมฝีปากของตัวเองเอาไว้

 

“ชู่ววว”

 

จียงได้แต่กระพริบตาปริบๆเมื่อเห็นอีกฝ่ายขยิบตาให้ และแม้เจ้าของมือใหญ่จะหันหน้ากลับไปทางสาวเจ้าน้ำตาที่เอาแต่ปิดหน้าปิดตา ร้องไห้แล้ว แต่ไม่รู้ว่าทำไมจียงถึงไม่อาจบังคับสายตาและใบหน้าที่ยังเงยมองค้างไปทาง หน้าต่างให้หันกลับมาได้

 

“พี่ซึงฮยอน...อึก ถึงพี่จะไม่ได้ชอบฉัน แต่พี่...พี่ก็ยังไม่ได้ชอบใครนี่คะ งั้น...ถ้างั้นก็...”

 

เฮ้ย...เฮ้ย...เฮ้ย!!

 

“ขอโทษทีนะสาวน้อย” จียงลุกขึ้นยืน พร้อมทั้งโอบสองแขนลงไปบนบ่าแข็งแรงของร่างสูงที่ยืนหันหลังให้ “แต่รุ่นพี่ซึงฮยอนน่ะ ตกลงจะคบกับฉันตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปแล้วน่ะนะ”

 

ท่ามกลางความตื่นตกใจของคนที่อยู่รอบกาย จียงยังคงคลี่ยิ้มสดใส แต่ใครจะรู้ได้ว่าภายใต้หน้าตายิ้มแย้มนั่น ภายในใจจะช็อกในการกระทำกล้าบ้าบิ่นของตนขนาดไหน

 

บ้า!! นี่มันบ้าชัดๆ!! นี่เขาเป็นบ้าไปแล้วหรือไง!!!!

 

//////////unexpected love//////////

 

 

“ขอโทษทีนะรุ่นพี่ ที่เข้าไปขัดจังหวะแบบนั้นน่ะ”

 

จียงกล่าวกับรุ่นพี่ร่างสูงได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง หลังจากฉวยโอกาสตอนที่พวกผู้หญิงยังคงอึ้งกันอยู่แอบชิ่งหนีมาได้สำเร็จ

 

“ไม่หรอก ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณ นายช่วยได้เยอะเลยละ แม้วิธีมันจะแปลกๆก็ตาม”

 

เห็นอีกฝ่ายเอ่ยขอบคุณมาด้วยใบหน้าและสุ้มเสียงแสดงความจริงจังจริงใจแบบนั้นแล้วจียงก็เหยียดยิ้ม

 

“อ่านะ ผู้หญิงช่างตื๊อแบบนั้นน่ะ พูดจาประนีประนอมแบบรุ่นพี่มันไม่ค่อยได้ผลหรอกนะ”

 

“ก็ทางนั้นออกจะน่าสงสารนี่นา แถมยังจริงจังกับฉันด้วย” ซึงฮยอนให้เหตุผลที่ทำให้รุ่นน้องต่างคณะซึ่งกำลังยืนเท้าคางกับราวระเบียง บนดาดฟ้าต้องหัวเราะคิก

 

“บ้าจังนะ เรื่องรักๆใคร่ๆน่ะมันก็แค่มีไว้ให้เล่นแก้เซ็งเท่านั้นแหละ ทำเป็นจริงจังกันไปได้ ฮ่าๆ” พูดแล้วก็อดหัวเราะ(เยาะ)ในความคิดของอีกฝ่ายที่ตรงกันข้ามกับเขาไม่ได้ โดยไม่ได้สนใจร่างสูงที่ยืนหันหลังพิงราวระเบียงอยู่ข้างกายที่ขยับเข้ามา ใกล้ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้

 

“..!!..”

 

และโดยไม่ทันได้ตั้งตัว คางเรียวของจียงก็ถูกจับแล้วถูกบังคับให้หันไปทางทิศที่เจ้าของมือนั้นยืนอยู่

 

“หืม...หน้าตาก็ออกจะน่ารัก แต่เป็นเด็กนิสัยไม่ดีสินะ นายน่ะ”

 

“....”

 

“ระวังตัวเอาไว้บ้างแล้วกันละ เพราะสักวันนายอาจจะสะดุดขาตัวเองล้มก็ได้นา...ควอนจียง”

 

เพี๊ยะ!!

 

จบประโยคกล่าวเตือนด้วยรอยเหยียดยิ้มชวนโมโห มือใหญ่ที่จับคางเรียวไว้ก็ถูกปัดออกเต็มแรง

 

“รุ่นพี่นั่นแหละที่ต้องระวัง!” จียงโต้กลับด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง หากในใจโกรธกรุ่นจนต้องพยายามยั้งไว้ “...คิดว่าผู้หญิงที่พี่เพิ่งสลัดรักคนนั้นจะยอมเลิกราง่ายๆหรือไง?”

 

“เออ...จริงสินะ” ซึงฮยอนพึมพำเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

 

“ทำไงดีละเนี่ย”

 

“อืม...ให้ผมช่วยไหมละ?” จียงเสนอตัว พร้อมๆกับที่ในสมองเริ่มร่างแผนการต่างๆไว้ แต่พอเห็นสีหน้างุนงงของคนที่ตัวเองเสนอตัวช่วย(แบบมีจุดประสงค์)แล้วเขาก็ เกือบหลุดหัวเราะออกมาแทนที่จะได้เอ่ยปากอธิบายแผนการ

 

“เราสองคนก็มาแกล้งคบกันไงละรุ่นพี่”

 

“ห๋า!!” ซึงฮยอนเบิกตากว้างแสดงอาการตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ในขณะที่คนต้นคิดอย่างจียงยังคงอธิบายไปกลั้นหัวเราะไป

 

“น่าๆ ก็คบกันเล่นๆไป ระหว่างนั้นผมก็จะคอยช่วยเป็นไม้กันหมาให้จนกว่าพี่จะเจอคนที่ชอบจริงๆไง”

 

“แต่...”

 

“ไม่ต้องแต่หรอกพี่ แผนนี้ดีจะตาย หรือรุ่นพี่คิดแผนอื่นออก?” จียงพยายามยกเหตุผลมาหว่านล้อม

 

“อืม....” ซึงฮยอนหน้านิ่วคิ้มขมวดขณะนิ่งคิด นิ่งไปสักพัก สุดท้ายก็เขาพยักหน้ารับเมื่อเขาคิดอะไรที่ดีกว่านี้ไมได้อีกแล้ว “เอางั้นก็ได้”

 

“โอเค! งั้นเริ่มตั้งแต่วันนี้เลยนะ”

 

จียงยิ้มกริ่มอย่างสมใจ ถึงแม้ในใจจะคิดว่าแผนการนี้นี่มันบ้าบอชัดๆ แต่ที่เขายังกล้าเสนอแผนที่ว่านี่ออกไป ก็คงเป็นเพราะเขาเบื่อชีวิตประจำวันแบบที่ผ่านๆมาเต็มทีแล้วละมั้ง

 

ช่วยไมได้นะ ในเมื่อเขาชอบความสนุก...และเรื่องสนุกๆก็รออยู่ตรงหน้านี้แล้วด้วย


//////////unexpected love//////////

 

 

“นี่! รู้หรือเปล่า!”

 

“รุ่นพี่ซึงฮยอนปีสามกับควอนจียงเด็กถาปัตย์คบกันอยู่ละ!”

 

“เอ๋!? รุ่นพี่ชเวซึงฮยอนเดือนวิศวะกับควอนจียงคนดังนั่นอะนะ!”

 

“ข่าวลือหรือเปล่า?”

 

“ไม่ลือนะ ฉันได้ยินพวกสาวกควอนจีบ่นกันใหญ่เลยละ ว่าจียงไม่สนใจพวกหล่อนแล้ว”

 

“จียงนี่มีแต่ข่าวว่าคบผู้หญิงไม่ซ้ำหน้ามาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมคราวนี้เปลี่ยนแนวได้ละเนี่ย เบื่อผู้หญิงแล้วหรือไงนะ”

 

“หนุ่มดอกไม้งามเก็บแต้มสาวสวย คราวนี้หันไปเก็บแต้มหนุ่มหล่อแล้วเหรอเนี่ย?”

 

“คนหนึ่งก็หล่อน่ารัก อีกคนหนึ่งหล่อคมเข้ม ว๊า...เสียดายอะ ฉันอุตส่าห์เล็งไว้ทั้งสองคนเลยนะ”

 

เสียงซุบซิบนินทาบอกเล่าเรื่องราวกันไปปากต่อปาก ลามไปถึงบรรดาห้องแชต กระดานข้อความในโลกออนไลน์ ทำให้ข่าวคราวที่ 2 หนุ่มหน้าตาดีต่างคณะต่างชั้นปีที่หันมาคบกันจึงถูกพัดกระพือไปทั่วทั้ง มหาวิทยาลัยภายในเวลา 2 วันหลังจากที่ทั้งคู่ประกาศว่ากำลังคบกัน เรียกได้ว่าข่าวนี้เป็นข่าวดังที่หากใครไม่รู้ถือว่าเชยสะบัดตัดจากวงโคจร โลกได้เลย  

 

...

 

“นี่! พี่จียง..ทำไมช่วงนี้ไม่เห็นมาเล่นกับพวกฉันเลยละคะ?”

 

จียงที่เพิ่งเลิกเรียนวิชาการยศาสตร์ (Ergonomic) มาหมาดๆถูกเด็กสาวคนหนึ่งเรียกไว้ขณะกำลังจะเดินไปหาข้าวกลางวันกินด้วยความโหยหิว

 

“ขอโทษทีนะ แต่ฉันคงต้องเลิกเล่นกับพวกเธอไปอีกสักพักเลยละ”

 

“เอ๋!? ทำไมละคะ?” เด็กสาวถามอย่างไม่เข้าใจพร้อมกับรั้งแขนรุ่นพี่หนุ่มไว้ “อย่าบอกนะคะว่าเป็นเพราะข่าวลือนั่น แต่พี่จียงเคยบอกว่าไม่ชอบคบใครจริงจังนี่นา”

 

“มันก็ใช่อะนะ” จียงตอบรับหน้าตาย พร้อมกับขยับแขนที่ถูกยึดไว้ให้คลายออกมา “แต่ที่ต้องเลิกเล่นกับพวกเธอสักพักก็เพราะฉันเจอเรื่องที่น่าสนุกกว่าให้ทำ แล้วน่ะสิ”

 

“เอ๊ะ!?”

 

“อ้อ..แล้วก็ฝากบอกพวกสาวๆด้วยนะว่าพักนี้ไม่ต้องมาตื๊อฉันแล้ว มันน่ารำคาญ”

 

“พ..พี่จียงอะ! ใจร้าย!!”

 

...

 

“โอ๊ย! เจ็บๆๆ เจ็บอ้ะ!!” จียงร้องโอดโอย สองมือประคองแก้มซ้ายที่มีรอยแดงเป็นรูปฝ่ามือไว้ พลางเบ้หน้า น้ำตาเล็ด

 

“ไปโดนใครตบมาละเนี่ย?” ซึงฮยอนเอ่ยปากถามเมื่อเห็นสภาพเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่เดินตรงเข้ามาหา ขณะที่เขากำลังนั่งค้นหาข้อมูลเตรียมทำรายงานกับเพื่อนๆในกลุ่มอยู่ในห้อง สมุดคณะวิศวะกรรมศาสตร์ซึ่งปกติไม่ค่อยมีเด็กต่างคณะเข้ามามากนัก แต่เด็กสถาปัตย์อย่างควอนจียงก็เดินดุ่มๆเข้ามาโดยไม่สนใจอะไร

 

“ก็ยัยมินจีน่ะสิ มือหนักชะมัด! หนอย..คอยดูนะ! จะไม่ยกโทษให้เลย! อูย...” จียงเผลออ้าปากสบถเสียงดังจนต้องร้องครางด้วยความเจ็บ

 

“แล้วไปทำอะไรเขามาละ? ถึงได้โดนตบมาแบบนี้” ซึงฮยอนถามไปตามตรง เพราะเท่าที่คบหาและรู้จักกันมาเกือบสิบวันเขาก็พอจะรู้หรอกว่าแฟนกำมะลอของ เขาคนนี้นิสัยไม่ดีอยู่ไม่น้อย แต่ดูเหมือนคำถามตรงๆของเขาจะทำให้คนที่เอาแต่ตีหน้าบูดไม่สบอารมณ์เข้าไปใหญ่

 

“ใจร้ายอ้ะ! พี่ซึงฮยอนเป็นแฟนผมนะ! แฟนเจ็บตัวมาก็ต้องปลอบสิ!”   จียงหน้างอพร้อมกับโถมตัวลงไปนั่งทับหน้าขาของอีกฝ่าย ก่อนจะประเคนหมัดทุบลงไปบนแผ่นหลังกว้างไม่เบาแต่ก็ไม่แรงนักเป็นการระบาย โดยไม่สนใจสายตาของนักศึกษาคนอื่นๆที่มองมาพร้อมกับเริ่มกระซิบกระซาบกัน

 

“เข้าใจแล้วๆ โอ๋ๆ น่าสงสารจังนะแฟนใครเนี่ย” ส่วนซึงฮยอนก็พอกัน เขาโอบรับร่างบางเข้ามากอด พร้อมกับลูบหัวลูบหลังเป็นการปลอบเด็กขี้แยแถมยังขี้อ้อน ท่าทางที่แสดงออกเสมือนว่าโลกนี้มีกันอยู่สองคนนั้นทำให้คนที่พบเห็นต้อง เบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึง ผิดกับบรรดาเพื่อนสนิทมิตรสหายที่เคยพบเจอเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว พวกนั้นจึงทำเป็นมองข้ามๆไปเหมือนไม่รู้ไม่เห็นอะไร ไม่ก็กรอกตาอย่างระอาใจเป็นที่สุด

 

“ใช่ไหมละ...เนี่ยอ้ะ เจ๊บเจ็บ”

 

ซึงฮยอนถอนหายใจเมื่อโดนอ้อนไม่เลิก “งั้นเดี๋ยวเลี้ยงข้าวเย็นแล้วกัน นายก็เลิกอารมณ์เสียได้แล้ว...นะ”

 

สิ้นสุดประโยคดังกล่าว จียงก็เงยหน้าขึ้นมาจากไหล่กว้างของอีกฝ่ายพร้อมกับอารมณ์ดีขึ้นมาดั่งตาเห็น

 

“จริงนะ”

 

“จริงสิ”

 

“งั้นเอาไอศกรีมด้วยนะ”

 

“ก็ได้”

 

“เย้!” ว่าแล้วจียงก็กอดหมับเข้ากับลำตัวของชายหนุ่มรุ่นพี่พร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างดีใจ

 

“หวานกันจริงวุ้ย” เสียงแซวกึ่งหยอกกึ่งประชดที่ดังมาจากคังแดซองหนึ่งในเพื่อนสนิทของซึงฮยอน ดังขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนทั้งคู่ผละออกจากกันแต่อย่างใด

 

จียงยังคงยิ้มกว้างอย่างได้ใจเมื่อเย็นนี้จะมีคนเลี้ยงข้าวเลี้ยง ขนม ไม่ใช่เพราะเขาเห็นแก่กิน แต่เป็นเพราะมีคนคอยตามใจต่างหาก ที่ผ่านมาเขาเคยคบแต่ผู้หญิง แม้ส่วนมากแล้วฝ่ายนั้นจะคอยเอาอกเอาใจเขาอยู่บ้าง แต่ด้วยความที่เป็นผู้ชาย ถึงจะไม่ใช่ผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษนักอย่างเขาแต่ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องดู แลเทคแคร์ฝ่ายหญิง แม้ฝ่ายนั้นจะเป็นคู่ควงแค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั