[LF] Twist Around 2 - 09

posted on 17 Jun 2013 13:57 by katsukipri in fic
 
Panormal Story : Twist Around 2

Status :   9th part

Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon]

Author: Kat Jung

Copyreader : ~HaRuChUn~_1218 >///<

Genre: Yaoi, AU, Thrilling & Romantic Comedy

Rating:  PG-15+ ^^ 
  




Note :  I'm so sorry. I'm late again 









Posted Image







Twist Around 2






CH9 :  My Sons
 

 

 

                บรรยากาศในห้องนั่งเล่นของบ้านหลังเล็กที่ตลอดมานั้นอันแสนจะอบอุ่น หากแต่ในเวลานี้กลับถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกและรังสีอัมหิตที่เจ้าบ้านชเวแผ่ออกมา

 

                ซึงฮยอนนั่งคุกเข่าตัวลีบเกร็งเหงื่อแตกพลั่กอยู่บนพื้นหน้าโซฟายาวที่มีชายสูงวัยนั่งหน้าเครียด แถงยังจ้องมองมาทางเขาเขม็ง แผ่ไอเย็นออกมาจนเขารู้สึกหนาวสะท้านปานอยู่ในยุคน้ำแข็ง

 

            อ่า...รู้สึกเหมือนว่า เวรกรรมจะตามทันยังไงไม่รู้ 

 

                ชายหนุ่มได้แต่ทอดถอนใจกับตัวเองเบาๆอย่างไม่กล้าแสดงออกมากนัก และแม้จะรู้สึกอึดอัดใจกับบรรยากาศแบบนี้เพียงใด แต่ซึงฮยอนยังไม่กล้าพูดอะไรออกไป เหตุผลหนึ่งเพราะกลัวว่าจะโดนหมัดเข้าให้อีก แค่ที่หน้าเขาบวมไปข้างหนึ่ง มุมปากแตกเลือดซิบอยู่ตอนนี้ ก็เจ็บจนพูดอะไรไม่ออกแล้ว แต่เหตุผลหลักที่เขายอมอดทนก็คือ ร่างบางที่นั่งตัวสั่นทำอะไรไม่ถูกอยู่ข้างๆ เขากังวลว่าถ้าทำให้พ่อของตนโมโหยิ่งกว่านี้ จียงจะยิ่งตกใจกลัวยิ่งกว่าเดิม

 

                แม้จะไม่มีคำพูดใดปลอบใจ แต่ซึงฮยอนก็ค่อยๆเลื่อนมือข้างขวาไปจับมือข้างซ้ายของน้องชายไว้ เขากอบกุมมือเล็กที่กำลังสั่นไหว กระชับให้แน่นขึ้นเพื่อส่งผ่านความรัก ความห่วงใยพร้อมด้วยกำลังใจไปให้ ซึ่งอีกฝ่ายก็บีบกระชับกลับมาเช่นกัน

 

                ชเวซึงวอนจ้องมองชายหนุ่มสองคนที่นั่งคุกเข่าแอบจับมือกันอยู่ตรงหน้า คนหนึ่งเป็นลูกชายที่เขากับภรรยาให้กำเนิดออกมา ส่วนอีกคนที่ตัวเล็กกว่า แม้จะไม่มีสายเลือดเดียวกันสักกระผีก แต่ทั้งเขาทั้งภรรยาก็รักเด็กชายคนนี้เหมือนลูกแท้ๆอีกคนหนึ่ง ทว่า...ทั้งสองคนที่ควรจะเป็นพี่น้องกันกลับ...

 

                “ซึงฮยอน”

 

                “ครับพ่อ! อะ! อูย...” ได้ยินเสียงเย็นๆของคนเป็นบิดาเอ่ยเรียก ด้วยความรีบร้อน ซึงฮยอนจึงรีบอ้าปากตอบ จนลืมไปว่าสภาพหน้าตัวเองเป็นเช่นไร

 

                “อ๊ะ! พี่ชาย! เจ็บมากไหมฮะ เดี๋ยวจียงไปเอากล่องยามาทำแผลให้นะ!” ว่าแล้วร่างบางก็ลุกขึ้นด้วยความร้อนรน แต่ก่อนที่จะได้วิ่งไปเอากล่องยาอย่างที่ตั้งใจ เด็กหนุ่มกลับถูกเบรกไว้ด้วยคำสั่งห้ามของเจ้าบ้าน ผู้มีสิทธิ์เด็ดขาดอยู่ในขณะนี้

               

“หยุดเดี๋ยวนี้เลยจียง”

 

“เอ๊ะ!?”

 

“แผลแค่นั้นน่ะ พี่ชายของลูกมันไม่ตายหรอก”

 

ได้ยินอย่างนั้นจียงก็หันรีหันขวาง ทำอะไรไม่ถูก ห่วงพี่ชายก็ห่วง เกรงคนเป็นพ่อบุญธรรมก็เกรง

 

“นั่งลงซะ”

 

“ต..แต่ว่า...”

 

“พ่อบอกให้นั่งลงไง!”

 

“อ่ะ!!..ฮะ..” จียงสะดุ้งตกใจ ก่อนจะลนลานนั่งลงพร้อมกับตอบรับคำเสียงอ่อย

 

ซึงฮยอนเห็นน้องกลับมานั่งลงข้างๆอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล เขาก็คลี่รอยยิ้มบางๆให้ สื่อความหมายว่าเขาไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วง

 

“ซึงฮยอน” เมื่อเห็นทุกอย่างกลับสู่ความสงบ ชเวซึงวอนจึงเอ่ยปากเรียกลูกชายอีกครั้ง ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบรับโดยพยายามไม่อ้าปากโดยไม่ระวังอีก

 

“ครับพ่อ”

 

“แกมีอะไรจะแก้ตัวไหม?”

 

ได้ยินอย่างนั้น ซึงฮยอนก็นิ่งคิด แน่นอนอยู่แล้วว่าเขามีเรื่องมากมายที่อยากจะบอกกับพ่อ อยากจะเล่า อยากจะอธิบายให้ฟัง แต่ซึงฮยอนก็รู้ดีว่าเขาไม่สามารถจะพูดมันออกไปทั้งหมดได้ เพราะเขาไม่ต้องการให้พ่อเข้าใจผิดคิดว่าเขากำลังชักแม่น้ำทั้งห้าเพื่อหาข้อแก้ตัวให้กับสิ่งที่ทำลงไป ดังนั้น เขาจึงต้องขอเวลาชั่วครู่ในการเรียบเรียงถ้อยคำที่อยากพูดให้ดี

 

ท่ามกลางความเงียบที่เวลายังไหลผ่านไปเรื่อยๆ เพียงแค่ไม่กี่วินาทีที่ซึงฮยอนนิ่งคิด แต่มันเหมือนผ่านไปแล้วนานนับชั่วโมงสำหรับคนรอฟังอย่างซึงวอนและจียง โดยเฉพาะคนหลังที่รู้สึกกระวนกระวายมากขึ้นทุกที

 

“ว่าไง?”

 

ได้ยินคนเป็นพ่อถามซ้ำ ซึงฮยอนก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ หลังจากคิดคำพูดอยู่นาน สุดท้าย เขาก็เลือกคำเพียงไม่มีคำที่เขาคิดว่าตรงใจ จริงใจ และดีที่สุดแล้ว

 

“ผมรักจียงครับพ่อ”

 

ฉับพลันนั้น ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมไปทั่วห้องนั่งเล่นอีกครั้ง ก่อนที่จะถูกทุบพังความเดือดจัดของคนที่นั่งอยู่บนโซฟา

 

“แก...เมื่อกี้พ่อฟังผิดไปใช่ไหม?” ซึงวอนเค้นถามเสียงรอดไรฟันอย่างคนพยายามระงับอารมณ์

 

“ไม่ครับ พ่อไม่ได้ฟังผิด” ซึงฮยอนตอบกลับด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ แม้จะรู้ว่าคงไม่ได้การตอบรับที่ดีแน่ “เมื่อกี้ผมบอกว่าผมรักน้อง รัก..เหมือนที่พ่อรักแม่นั่นแหละครับ”

 

“แก!! แกว่ายังไงนะ!!”

 

ชเวซึงวอนตะโกนลั่นพร้อมชูกำปั้นถลันออกไป ยังความตกใจให้กับลูกชายสองคนที่นั่งอยู่บนพื้น แต่กระนั้นซึงฮยอนก็ยังนั่งยืดอก ไม่ยอมหลบกำปั้นและสายตาโกรธเกรี้ยวจากผู้เป็นพ่อ เพื่อแสดงจุดยืนและความแน่วแน่ของตน

 

 “อย่า! อย่าฮะพ่อใหญ่!” กลายเป็นจียงที่ตกใจ เด็กหนุ่มรีบร้องห้ามพร้อมเข้ามาขวางอยู่ข้างหน้าพี่ชาย

 

“ถอยไปจียง! พ่อจะสั่งสอนไอ้ลูกชั่วนี่!”

 

“ไม่ฮะไม่! อย่าทำอะไรพี่ชายนะฮะ!”

 

“ถอยไป! พ่อจะเอาเลือดปากมันออก!!” ซึงวอนชี้มืออันสั่นเทาเต็มไปด้วยความโกรธไปที่หน้าลูกชายในไส้ “ปากพล่อยๆที่บอกว่ารัก รักแบบ..ฮึ่ย! ทั้งๆที่เป็นพี่น้อง ทั้งๆที่เป็นผู้ชาย!”

 

“เป็นผู้ชายแล้วยังไงละครับ ผมรักที่จียงเป็นจียง ไม่ใช่รักเพราะจียงเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายสักหน่อย” ซึงฮยอนโต้กลับอย่างไม่ยอม “แล้วอีกอย่าง เราก็ไม่ได้เป็นพี่น้องแท้ๆกันด้วย”

 

“หนอย! แก! ไอ้ซึงฮยอน! ไอ้ลูกไม่รักดี!!” ซึงวอนตรงรี่ปรี่เข้าไปหาหวังจะสั่งสอนด้วยหมัดสักตั้ง แต่กลับถูกขัดขวางไว้อีกครั้งด้วยร่างบอบบางที่พุ่งเข้ามากอดขาเขาเอาไว้

 

“อย่านะฮะ! พ่อใหญ่อย่าทำพี่ชายนะฮะ! ขอ..ฮึก..จียงขอร้อง...ฮึก..ฮือๆๆ” ว่าแล้วจียงก็บ่อน้ำตาแตก เด็กหนุ่มร้องไห้ น้ำตาไหลทะลัก สะอื้นฮักๆ ปริ่มว่าจะขาดใจ จนสองพ่อลูกที่ก่อนหน้านี้มีปากเสียงกันจนเกือบได้ลงไม้ลงมือต้องตกใจไปตามๆกัน

 

“ฮ..เฮ้ย! จียง..จียงร้องไห้ทำไม!”

 

“ก็..ก็ ฮึก...ฮือๆๆๆ”

 

“หวา...าา!”

 

ซึงวอนกับซึงฮยอนมองหน้ากันอย่างคนทำอะไรไม่ถูก สถานการณ์ร้อนระอุเกิดชะงักงัน ก่อนจะแปรผันกลายเป็นอิหลักอิเหลื่อ จนสองพ่อลูกร่างสูงต้องทอดถอนใจอย่างยอมพ่ายแพ้ให้แก่น้ำตา พวกเขามองตากันอีกครั้งก่อนจะพยักหน้าทำสัญญาสงบศึกชั่วคราวผ่านการสื่อสารทางสายตาที่เข้าใจกันอยู่สองคน

 

“เอ่อ..จียง..” ซึงวอนย่อตัวลงไปหาเด็กหนุ่มที่นั่งกอดขาเขาแน่นขณะสะอื้นไห้ไม่ยอมหยุด “หยุดร้องไห้เถอะนะลูกนะ พ่อไม่ทำอะไรพี่ชายของหนูแล้ว”

 

“เอ๊ะ! อึก..จ..จริง ฮึก..จริงๆนะ..ฮือ...”

 

“จริงสิ พ่อเคยโกหกจียงเหรอครับ?”

 

“...” ได้ยินคำถามจียงก็ส่ายหน้าแสดงคำตอบ

 

“ใช่ไหมละ เพราะงั้นลูกก็ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ” ซึงวอนพูดพลางใช้นิ้วมือปาดเช็ดน้ำตาบนแก้มใสของลูกชายอย่างนึกเอ็นดูปนสงสาร แล้วพอเขาลูบหัวลูบไหล่ปลอบโยนจนเจ้าตัวเล็กดีขึ้นแล้ว ซึงวอนก็ประคองเด็กหนุ่มให้ลุกขึ้น

 

“ปะลูก ไปอาบน้ำซะนะจะได้สบายตัว เดี๋ยวพ่อจะไปอุ่นนมให้จียงกินก่อนนอนนะ คืนนี้จะได้หลับสบายๆ”  

 

“อะ อื้ม..ขอบคุณนะฮะพ่อใหญ่”

 

ซึงวอนคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้เด็กหนุ่มที่เขารักเหมือนลูกชายในสายเลือดโดยไม่ได้พูดอะไร แต่เมื่อปรายตาไปหาลูกชายอีกคนที่เป็นลูกชายแท้ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นย่ำแย่ทันที

 

“บอกไว้ก่อนนะ ว่าฉันยังไม่ยอมรับแกหรอกนะซึงฮยอน”

 

“เอ๊ะ!?” จียงอุทานอย่างตกใจทันทีที่ได้ยิน ในขณะที่ซึงฮยอนยังคงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้

 

“ผมรู้ครับว่าพ่อยังไม่ยอมรับ” เขาเข้าใจ ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยอมรับ...ในเมื่อความรักของเขาไม่เหมือนปกติทั่วไปของ ‘ลูกชาย’ แบบที่พ่อและแม่คาดหวังให้เป็น แต่...

 

“แต่ผมจะไม่ยอมแพ้ ผมจะทำให้พ่อเข้าใจและยอมรับได้ในสักวัน”

 

“หึ!” ซึงวอนหัวเราะขึ้นจมูกอย่างหยันๆแกมหมันไส้ ก่อนจะจับมือลูกชายคนเล็กพาเดินไปด้วยกัน แต่ทั้งๆอย่างนั้นก็ยังไม่วายหย่อนระเบิดลูกใหญ่ทิ้งท้ายไว้ให้อีกด้วย

 

“ต่อไปนี้ทุกคืนจียงต้องไปนอนที่ห้องกับพ่อหรือแม่นะลูก เริ่มตั้งแต่คืนนี้เลย”

 

“เอ๊!!?” ไม่เพียงแต่จียงที่ร้อง ซึงฮยอนก็ส่งเสียงร้องอย่างตกใจด้วยเช่นกัน

 

“ท..ทำไมละฮะพ่อใหญ่?”

 

“ไม่ทำไมหรอกลูก แต่นี่คือคำสั่ง”

 

“ห๊า!!?”

 

“แล้วถ้าจียงไม่ทำตาม แอบหนีไปนอนที่อื่นเมื่อไหร่ พ่อจะสั่งสอนพี่ชายของหนูให้หนักเลย”

 

เฮ้ย! ข่มขู่! นี่มันเป็นการข่มขู่กันชัดๆ พ่อเหลี่ยมจัดใช้เขาไปข่มขู่จียงแบบนี้ได้ไง เป็นทนายภาษาอะไรวะขี้โกงชะมัด!

 

ซึงฮยอนได้แต่บ่นในใจแบบทำอะไรไม่ได้ในเมื่อน้องชายสุดที่รักของเขาพยักหน้าตอบตกลงไปแล้ว

 

“เอ่อ..จียงเข้าใจแล้วฮะ” จียงรับคำเสียงอ่อย ถึงแม้ว่าใจจริงเขาจะอยากไปนอนกับพี่ชายมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อยากจะเป็นสาเหตุทำให้พี่ชายต้องเจ็บตัวอีก

 

“ดีมากลูก จียงช่างเป็นเด็กดีจริงๆ” ซึงวอนว่าพลางลูบศีรษะเล็กและยิ้มให้อย่างเอ็นดู หากแต่สายตากลับเหล่ไปทางอีกคน

 

หึ!

 

ผู้เป็นพ่อยิ้มสะใจ เมื่อเห็นลูกชายคนโตมองตามร่างน้องชายตาละห้อย

 

 

 

 

ดึก...ดึกจนสมควรที่จะนอน แต่ชเวซึงวอนทนายความชื่อดังของวงการกลับข่มตานอนหลับไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

 

หลังจากส่งลูกชายคนเล็กเข้าห้องนอน ร่างสูงผึ่งผายที่แม้ว่าอายุจะล่วงเลยมาถึงช่วงวัยกลางคนค่อนไปทางตอนปลายมานานแล้วก็นั่งเฝ้าจนมั่นใจว่าเด็กหนุ่มนอนหลับแล้ว เขาถึงได้เดินออกมา

 

ซึงวอนทรุดตัวลงนั่งตรงชุดเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ตรงระเบียงห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับสวนหย่อมที่เต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับดูร่มรื่นในยามกลางวัน เขานั่งเงยหน้ามองท้องฟ้าสีดำที่มีแสงของดาวซ่อนอยู่ประปราย ลมเย็นเอื่อยๆพัดสบาย หากแต่ในใจของเขากลับหนักอึ้ง

 

“เฮ้อ!” เจ้าของร่างสูงถอนหายใจยาว เขาซ่อนหน้าเข้ากับฝ่ามือทั้งสองข้าง พลางครุ่นคิด

 

จะว่าไปความจริงแล้ว ซึงฮยอนกับจียงก็ดูสนิทสนมกันมากจนเกินพอดีมาตั้งนานแล้ว ครั้งแรกที่เห็นเขายังอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ แต่ตอนนั้นเขาก็คิดเพียงว่า ซึงฮยอนที่เป็นลูกชายคนเดียวคงอยากจะมีน้อง พอมีจียงเข้ามา เจ้าลูกชายคนนั้นก็เลยทุ่มเทให้ความรักความเอ็นดูกับน้องมาก ในขณะที่จียงซึ่งบ้านแตกสาแหรกขาดมา พอได้ซึงฮยอนคอยดูแลช่วยเหลือก็เลยสนิทสนมด้วยและให้ความเชื่อใจมากกว่าใคร จนกลายเป็นว่าพี่ก็ติดน้อง น้องก็ติดพี่แจไปโดยปริยาย

 

แต่พอได้ลองมานั่งคิดทบทวนดูดีๆแล้ว ความสัมพันธ์ของทั้งจียงและซึงฮยอนมันดูเกินเลยมากกว่าความเป็นพี่น้องแบบลูกผู้ชาย ไม่ว่าใครก็น่าจะดูออก ยิ่งถ้าได้รู้ว่าสองคนนี้ไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกันด้วยแล้ว ก็คงจะยิ่งแล้วใหญ่...

 

หากแต่ดูออกแล้วไง? เพราะปัญหาสำคัญคือ หลังจะดูออกแล้วจะยอมรับได้ไหม? นั่นแหละคือสิ่งที่เขาต้องมานั่งกลุ้มใจอยู่ในตอนนี้

 

เพราะยอมรับตามตรงเลยว่า เขา...ชเวซึงวอนคนนี้...ยังทำใจให้ยอมรับไม่ได้...ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว...

 

ตลอดยี่สิบกว่าปีที่เลี้ยงดูซึงฮยอนมา พ่ออย่างเขารู้เห็นเรื่องการคบหาของลูกชายกับผู้หญิงมาตลอด แต่แล้ววันหนึ่ง...ลูกชายของเขากลับ...

 

คนเป็นพ่อถึงกับลูบหน้าตัวเองอย่างว้าวุ่นใจ เขาไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันไปผิดพลาดที่ตรงไหน จะบอกว่าผิดตรงที่เขากับภรรยารับเด็กชายกำพร้าคนหนึ่งมาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวก็ดูจะเป็นการให้ร้ายต่อเด็กคนนั้นไปสักหน่อย เพราะแม้จะไม่ใช่สายเลือดแท้ๆ แต่เขากับภรรยาก็รักจียงเหมือนลูกชายจริงๆ แถมปีหลังๆมานี่ออกจะรักและเอ็นดูมากกว่าลูกชายแท้ๆอย่างซึงฮยอนเสียด้วยซ้ำ...ถึงอย่างนั้น แล้วทำไม...?

 

“เฮ้อ! กลุ้มเว้ย!!!”

 

ซึงวอนทิ้งตัวลงนอนหงายบนเก้าอี้นอนริมระเบียงบ้าน ดวงตายังจับจ้องอยู่ที่ดาวศุกร์ที่ส่องสว่างกลางฟ้าอันมืดมิด ดังคล้ายจะภาวนาขอให้เขาหาทางออกให้กับเรื่องนี้ได้เร็วๆ

 

ก็ถ้าซึงฮยอนมันจะส่อแววว่ารักชอบผู้ชาย อยากสงวนพันธุ์ป่าไม้เดียวกันไว้มาตั้งแต่เป็นเด็ก เขาจะไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจมากเท่านี้เลย แต่นี่...นี่มันคบแต่ผู้หญิงมาตลอด แถมที่เขาเคยได้รู้ได้เห็นมาก็มีแต่สวยๆทั้งนั้น

 

ส่วนจียง แม้หน้าตาจะน่ารักน่าเอ็นดู มองบางมุมก็คล้ายเด็กผู้หญิง จนคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกเข้าใจผิดอยู่บ่อยๆ แต่เขาก็เลี้ยงดูเด็กคนนี้มาหวังจะให้เติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มที่ดี มีความสุข และสามารถสร้างครอบครัวที่อบอุ่นสมบูรณ์พร้อมขึ้นได้ในอนาคต ทดแทนครอบครัวที่ล่มสลายไปแล้วในอดีต แต่แล้วความหวังพวกนั้นกลับพังทลาย...เมื่อวันนี้พวกลูกๆกลับ...

 

“โธ่โว๊ย!!” ซึงวอนขยุ้มผมตัวเอง เพราะคิดอะไรไม่ออก เขา

 

รู้ว่าคนเป็นพ่ออย่างเขาควรจะทำใจยอมรับในความเป็นไปของเหล่าลูกชายให้ได้ แต่...

 

มันยอมรับกันได้ง่ายเสียเมื่อไหร่เล่า!!

 

“อ้าวพ่อ ยังไม่นอนอีกเหรอ ดึกป่านนี้แล้วนะ”

 

ซึงวอนหันไปมองตามเสียงเรียก แล้วก็พบว่าคนที่กำลังยืนทำหน้าแปลกใจอยู่ตรงประตูระเบียงคือ ชเวฮยอนอา ภรรยาผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขของเขานั่นเอง

 

“พ่อนอนไม่หลับน่ะ แล้วแม่ละจะตีสองอยู่แล้วทำไมเพิ่งกลับมา” ซึงวอนถามกลับ

 

“เพิ่งลงเวรบ่ายน่ะ แต่ต้องอยู่เคลียร์งานเอกสารต่ออีกหน่อย ก็เลยดึก” ฮยอนอาบอกก่อนจะเดินไปนั่งด้วย ซึงวอนจึงขยับกายให้เธอนั่งลงข้างๆ

 

“จริงสินะ แม่ได้เลื่อนขั้นเป็นพยาบาลหัวหน้าตึก IPD1 ตั้งแต่เดือนก่อนแล้วนี