[SF] Unexpected Love 7th END

posted on 24 Oct 2014 16:11 by katsukipri in fic
Unxpected Love

 

Status :   Short Fic 7/7

Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon]

Author: Kat Jung

Copyreader : ~HaRuChUn~_1218 >///<

Genre: Yaoi, AU

Rating:  PG-15+^^ 
  
"Gosan no Heart" by Chise Ogawa



Note : กลับมาต่อแล้วนะคะ

 

 

 

 

Unexpected%20Love.jpg

 

Unexpected Love

 

 

Unexpected 7th: Spellbound


ตั้งแต่ออกจากโรงแรม เดินผ่านร้านค้า ผับบาร์และผู้คน ตลอดทางระหว่างซึงฮยอนกับจียงมีแต่ความเงียบงัน เงียบสนิทจนทำให้ฝ่ายหลังรู้สึกกระวนกระวาย

 

และนอกจากจะเอาแต่เงียบไม่ว่าจะชวนคุยอะไร ร่างสูงที่เดินนำอยู่ด้านหน้าก็ยังก้าวขายาวๆจ้ำเอาๆจนคนที่เดินกึ่งวิ่งตามอยู่ด้านหลังแทบหายใจไม่ทัน

 

ร่างบางเดินตามจนอบแฮ่ก แต่ชายหนุ่มที่เดินดุ่มๆ อยู่ด้านหน้าก็ไม่มีทีท่าจะยอมผ่อนฝีเท้ารอเขาเลยแม้แต่น้อย

 

“พะ..พี่ซึงฮยอน” จียงร้องเรียกพร้อมกับกัดฟันวิ่งไปข้างหน้า เข้าไปคว้าชายเสื้อคนรักเอาไว้ รั้งให้อีกฝ่ายจำต้องหยุดเดินในที่สุด

 

แม้จะยอมหยุดฝีเท้า แต่ร่างสูงตรงหน้ากลับเอาแต่ยืนนิ่ง ไม่ตอบอะไรกลับเขาไม่ว่า แต่กระทั่งหน้าตาก็ควรจะหันกลับมามองกันบ้าง

 

นี่ไม่คิดจะสนใจกันแล้วจริงๆหรือไง? 

 

จียงรู้สึกร้อนรนและเป็นกังวลกับท่าทางนิ่งๆเงียบๆของซึงฮยอน เพราะรู้ดีว่าตัวการหลักที่ทำให้เรื่องยุ่งๆพวกนี้เกิดขึ้นมาเป็นเพราะตัวเขาเองที่ไม่ยอมฟังคำเตือนของคนรักตั้งแต่แรก แถมยังเข้าใจผิดอีกฝ่ายไปไกล คิดไปเองว่าชายหนุ่มเอาใจออกห่างและไม่ต้องการแนะนำเขาให้คนในครอบครัวรู้จัก ด้วยมันน่าอายที่จะบอกใครต่อใครว่ามีคนรักเป็นเพศเดียวกัน

 

“ขอโทษ...ผมขอโทษที่ไม่เชื่อฟัง” จียงสารภาพเสียงอ่อย พร้อมกับเดินอ้อมไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าชายคนรัก

 

ดวงตาสองคู่สบประสานกันอยู่หลายวินาที ก่อนจะเป็นจียงเองที่ต้องหลุบตาลงต่ำ ด้วยเขารู้สึกทนต่อไปไม่ได้ที่ต้องถูกอีกฝ่ายจ้องมองด้วยสายตาเย็นชาที่ไร้ประกายความอ่อนโยนเหมือนอย่างเคย

 

จียงยอมรับว่าเขากลัว แต่ร่างบางก็พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเป็นการช่วยให้เขารวบรวมความกล้าได้ง่ายขึ้น และเมื่อใจเริ่มสงบลงเขาก็ช้อนตาขึ้นจงใจมองอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน หวังจะใช้ลูกอ้อนง้องอนชายคนรักให้กลับมาเป็นอย่างเดิม

 

“พี่ซึงฮยอน...พี่โกรธผมเหรอ?”

 

ทว่า...สิ่งที่ได้กลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

 

“โกรธ”

 

“อะ”

 

เมื่อเสียงทุ้มเรียบๆติดจะเย็นชาตอบกลับมา จียงก็นิ่งงันไปทันใด สีหน้าตกตะลึงก่อนจะกลายเป็นซีดขาวในชั่วพริบตา เขาอธิบายไม่ถูกว่าความรู้สึกในตอนนี้เป็นอย่างไร รู้แค่ว่าคำเพียงคำเดียวแค่นั้นก็สามารถทำให้ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาเสียดแทงจิตใจ หัวสมองก็ว่างเปล่าซะจนทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ

 

จียงก้มหน้าลงลงอีกครั้งพร้อมกับกัดริมฝีปากตัวเองนิ่ง ความรู้สึกผิดระคนน้อยใจอัดแน่นเต็มหัวใจ

 

ก็รู้ว่าตัวเองผิด แต่เขาก็ยอมขอโทษไปแล้วไง แค่นี้ยังไม่พอใจอีกเหรอ!

 

ความอัดอั้นที่ต้องเผชิญทำให้น้ำอุ่นใสเอ่อคลอรอบดวงตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จียงพยายามแข็งใจอดกลั้นไว้ แต่ประโยคแทงใจดำถัดมาจากปากคนรัก กลับทำให้น้ำตาไหลลงมาอย่างไม่ฟังเสียง

 

“แค่นี้ก็ร้องไห้แล้ว? เป็นเด็กหรือไงกัน?” ซึงฮยอนเอ่ยเสียงเรียบไม่แพ้หน้าตาที่ดูเฉยชา ก่อนจะประสานสายตากับดวงตาฉ่ำน้ำที่ตวัดขึ้นมามองอย่างกรุ่นโกรธ

 

“ใครร้องไม่ทราบ!” จียงปาดน้ำตาทิ้งพร้อมทั้งเถียงกลับอย่างดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ ความหวั่นไหวระคนน้อยอกน้อยใจที่อัดแน่นมานานระเบิดออกทันทีที่ได้ยินคำพูดเมื่อสักครู่

 

“ใช่สิ! ผมมันเด็กเอาแต่ใจ ผมผิดเองแหละที่ไม่ยอมฟังที่พี่พูด ผมผิดเองแหละที่ไม่ฟังคำเตือน แต่จะให้ทำไงได้ละ! ก็ซึงริบอกว่าจะเล่าเรื่องของพี่ชายให้ผมฟัง ผมก็ต้องอยากรู้อยู่แล้วสิ! ในเมื่อ..อึก มันเป็นเรื่องของพี่ซึงฮยอนนี่ ผ..ผมก็ต้องอยาก ฮึก...อยากฟังอยู่แล้ว...” ยิ่งพูดน้ำตาก็ยิ่งไหล ยิ่งพูดก็ยิ่งสะอึกจนประโยคท้ายๆแทบกลืนหายไปกับเสียงสะอื้นของเจ้าตัว

 

“เฮ้อ” ซึงฮยอนถอนหายใจเมื่อร่างบางตรงหน้าเอาแต่ร้องไห้จนน้ำมูกน้ำตาไหลเปรอะเปื้อนเต็มไปหมดอย่างกับเจ้าตัวย้อนวัยกลับไปเป็นเด็ก โชคดีที่บริเวณที่พวกเขายืนอยู่เป็นถนนสายเล็กห่างจากย่านสถานบันเทิงเริงรมย์ที่พวกเขาเดินผ่านมาก่อนหน้านี้พอสมควร ถึงได้มีผู้คนสัญจรไปมาบางตากว่ากันมาก

 

อา...ไม่ไหวเลยน้าเจ้าเด็กคนนี้ 

 

ซึงฮยอนคิดพลางส่ายหน้า แต่มุมปากกลับปรากฏรอยยิ้ม

 

นี่มัน...จะน่ารักเกินไปแล้ว 

 

ไวเท่าความคิด ร่างสูงก็รั้งไหล่บางที่กำลังสั่นไหวด้วยแรงสะอื้นเข้ามาแนบอกก่อนจะเชยคางอีกฝ่ายขึ้นมาและช่วยเช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือ

 

“อย่าร้องไห้ไปเลยนะ ที่บอกว่าโกรธน่ะ...พี่โกหก”

 

จียงกะพริบตาปริบๆ มึนงงกับคำสารภาพนั้น ด้วยสมองยังประมวลผลท่าทาง คำพูดและน้ำเสียงที่อยู่ๆก็กลับตาลปัตรจาหน้ามือเป็นหลังมือของชายคนรักไม่ได้

 

เขานิ่งอึ้งอยู่อย่างนั้นไปพักใหญ่ จวบจนซึงฮยอนช่วยเช็ดหน้าเช็ดตาที่เปื้อนคราบน้ำมูกน้ำตาจนแล้วเสร็จ คนที่พูดไม่ออกไปนานสองนานถึงเค้นเสียงพูดออกมาได้

 

“สรุป..พี่..ไม่ได้โกรธผม?”

 

“อืม ไม่ได้โกรธหรอก โล่งใจด้วยซ้ำที่นายปลอดภัยดี”

 

สิ้นสุดประโยคนั้นจียงก็ไม่รู้จะโกรธ จะร้องไห้ หรือควรจะดีใจ อารมณ์สับสนวุ่นวายทำให้น้ำตาพาลไหลลงมาอีกรอบ

 

“บ้าเอ๊ย! ..ไอ้คนโกหก! ไอ้คนหลอกลวง! ไอ้คนขี้แกล้ง! ไอ้บ้า! บ้าๆๆ”

 

“อ่า.. พี่ขอโทษนะครับ พี่ขอโทษ” ซึงฮยอนไม่ถือโทษโกรธเคืองที่ถูกด่า แม้จียงจะแถมกำปั้นทุบลงมาแต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย

 

คิดซะว่าเป็นการไถ่โทษให้ก็แล้วกัน เพราะเมื่อสักครู่นี้เขาแกล้งทำเป็นเฉยชาใส่ก็เพื่อต้องการทำโทษเด็กดื้อไม่เชื่อฟังให้หลาบจำ และก็เป็นเหตุให้เจ้าตัวต้องร้องไห้เสียน้ำตาเป็นถุงเป็นถังอย่างที่เห็น

 

ชายหนุ่มคิดขณะคอยลูบหลังลูบไหล่คนในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังปลอบเด็กน้อยที่เอาแต่ร้องไห้โยเย

 

“โอ๋ๆ ไม่เอาไม่ร้อง ไม่ร้องนะครับ”

 

 “อย่ามาโอ๋นะ! อึก..ผมไม่ใช่เด็กซะหน่อย!” จียงโต้กลับเสียงสะอื้น แต่กระนั้นน้ำตาก็เริ่มหยุดไหลโดยไม่ทันรู้ตัว เขาสูดจมูกพลางถลึงตาจ้องมองฝ่ายตรงข้ามอย่างเอาเรื่อง ทั้งที่ตัวเองก็แก่กว่าแค่ปีเดียวแต่กลับชอบทำเหมือนเขาเป็นเด็กอยู่เรื่อย

 

“ใช่ๆ จียงของพี่ไม่ใช่เด็ก นายโตแล้ว แล้วก็ชอบทำเรื่องที่ผู้ใหญ่เขาชอบทำกันกับพี่ทุกวันๆด้วยใช่ไหม?” ซึงฮยอนพยักหน้าเห็นพ้อง ขณะจ้องมองผู้ชายที่ร้องไห้จนตาจมูกแดงจัดกระดกปลายคางพยักพเยิดเห็นด้วยกับคำพูดของเขาเช่นกัน จะต่างกันก็ตรงตอนท้ายของประโยคคนที่พยักหน้ารับกลับเบิกตากว้าง ก่อนที่ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วจะยิ่งแดงจัดจนเหมือนจะระเบิดได้

 

“พ..พี่พูดอะไรน่ะ!?” จียงถามเสียงหลงพร้อมกับจ้องมองผู้ชายจริงจังตรงหน้า ซึ่งบัดนี้ยืนยิ้มกริ่มพูดจาสองแง่สองง่ามออกมาในที่สาธารณะอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 

“ก็พูดเรื่องของเรายังไงละ”

 

คราวนี้พูดไม่พูดเปล่า ใบหน้าคมที่ยิ้มแพรวพราวก็ก้มหน้าลงมาขบเม้มที่ใบหูจียงเบาๆ เล่นเอาคนถูกกระทำตกใจจนสะดุ้งโหยง

 

นี่พี่ซึงฮนอนเป็นอะไรไปเนี่ย!?

 

จียงคิดอย่างแปลกใจ เพราะปกติคนที่ชอบแสดงความรักออกสื่อคือเขาต่างหาก คนจริงจังอย่างพี่ซึงฮยอนก็แค่เออออไปตามเรื่องตามราวเท่านั้น แต่ตอนนี้เมื่อต้องมาสลับบทบาทกันบ้าง ก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกว่าหน้ามันบางกว่าเก่าแถมยังร้อนผ่าวจนแทบจะลุกไหม้ได้

 

“หยุด..หยุดก่อน!” จียงห้ามปรามพร้อมกับเบี่ยงใบหน้าหนีริมฝีปากอีกฝ่ายที่ขยับเข้ามาใกล้หมายจะช่วงชิงริมฝีปากเขาให้ได้ ซึ่งซึงฮยอนก็ถามกลับไปเพราะไม่เข้าใจเมื่อเห็นกิริยาปัดป้องของคนรัก

 

“ทำไมละ หรือว่ายังโกรธพี่อยู่?”

 

“ไม่ใช่ ผมไม่ได้โกรธ แค่...แค่มีเรื่องอยากถาม” ร่างบางรีบปฏิเสธก่อนจะพาเปลี่ยนเรื่องไป แต่เรื่องที่ว่านี้มันก็ค้างคาใจเขาจริงๆ เมื่อสบโอกาสเช่นนี้จึงต้องใช้ถามคลายความข้องใจให้สิ้นเรื่องสิ้นราว

 

“ถาม? ..เรื่องอะไรเหรอครับ?”

 

“เอ่อ..ก็..”

 

“..??..”

 

ซึงฮยอนยอมหยุดให้ แต่จียงกลับเอาแต่อึกอักอย่างไมรู้ว่าจะพูดอย่างไร อ้ำอึ้งซะจนคนรอฟังเลิกคิ้วสงสัย และการกระทำนั้นก็เหมือนเป็นการกดดันให้จียงต้องรีบพูดออกไปก่อนที่จะหมดโอกาสนี้ไปซะก่อน

 

“คือว่า..พอพี่มองผมแล้วพี่คิดยังไง?”

 

“หืม?” คำถามนี้ทำให้คนรอฟังงุนงงแกมประหลาดใจ เพราะมันเป็นคำถามง่ายๆที่เขาไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะยกขึ้นมาถาม แต่ถึงอย่างนั้นซึงฮยอนก็เลือกจะตอบไปตามความจริง

 

“ก็ชอบไง มองนายทีไรก็รู้สึกชอบทุกที”

 

“ไม่! ไม่ใช่ ไม่ใช่แบบนี้!” ประโยคสุดแสนจะจริงใจ แต่กลับยังไม่ใช่คำตอบของคำถามที่จียงต้องการ

 

“อ้าว..งั้นจียงอยากให้พี่ตอบแบบไหนละ?” แม้ซึงฮยอนจะงงหนัก แต่ก็ยังถามกลับไปอย่างอ่อนโยน

 

“ก็ตอบอย่างดู ‘บริสุทธิ์’ หรือ ‘ไม่บริสุทธิ์’ อย่างงี้ไง”

 

“หือ!? บริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์เนี่ยนะ ทำไมถึงอยากได้คำตอบอย่างนั้นละครับ?" ซึงฮยอนงงหนักกว่าเก่า ในขณะที่จียงก็เกิดอาการอึกๆอักๆอีกครั้ง เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอธิบายอะไรอย่างไร แต่สุดท้ายจียงก็ตัดสินใจเลือกเล่าถึงสาเหตุและที่มาที่ไปของคำถามคาใจนี้ให้อีกฝ่ายฟัง

 

“ก็..ก็..เอ่อ คืองี้ เมื่อตอนเย็นน่ะ พอน้องชายพี่เห็นผมก็ถามว่า ผมเพิ่งมีอะไรกับพี่มาใช่ไหม? พอผมถามกลับว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น ซึงริก็บอกว่าร่างกายผมมันดูออกง่ายจะตายว่าเคยผ่านผู้ชายมาแล้ว” จียงเล่าเสียงเครียดระคนสับสนกังวลใจ

 

เขาไม่รู้ว่าร่างกายตัวเองมันผิดแผกแตกต่างไปจากผู้ชายปกติตรงไหน ทำไมซึงริถึงได้บอกกับเขาอย่างนั้น และที่สำคัญ คือคนตรงหน้า เขาไม่แน่ใจว่าชายคนรักจะคิดเห็นอย่างไร หากอีกฝ่ายไม่ชอบใจในความผิดปกติดังกล่าวเล่า

 

เพียงแค่คิด...ก็ปวดร้าวไปทั้งหัวใจแล้ว

 

“นี่พี่ซึงฮยอน...ร่างกายผมมันดูไม่บริสุทธิ์ขนาดนั้นเลยเหรอ?”

 

ซึงฮยอนเห็นความกังวลใจของคนรักผ่านทางน้ำเสียงและสีหน้าเด่นชัด ขณะรอคอยคำตอบจากเขาอย่างใจจดใจจ่อ เห็นแบบนั้นเขาก็ลอบยิ้มในใจก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

 

“ใช่ นายน่ะดูไม่บริสุทธิ์จริงๆ”

 

คำตอบยืนยันนั้นทำให้คนรอฟังอย่างจียงถึงกับตกใจจนหน้าเผือดสี แต่แล้วในไม่กี่วินาทีถัดมา ใบหน้านั้นก็เปลี่ยนเป็นซับสีเลือดจนแดงเถือกไปทั้งใบ

 

“ไม่บริสุทธิ์แถมยังยั่วยวนซะจนนึกอยากจับกดเกือบทุกครั้งที่เจอหน้ากันเลยละ เพราะฉะนั้นนะจียง นายต้องระวังตัวอย่าไปยั่วหรือเปิดโอกาสให้คนอื่นนอกจากพี่นะรู้มั๊ย” ซึงฮยอนกล่าวด้วยสีหน้าสุ้มเสียงจริงจังสุดขีด โดยเฉพาะประโยคในตอนท้ายที่ยังไม่วายสั่งกำชับ

 

“คำตอบละ!?”

 

พอโดนทวงถาม จียงที่ยังหน้าแดงอยู่นิดๆครุ่นคิดก่อนจะส่ายหน้า เขาสบตากับผู้ชายที่รอคอยคำตอบจากเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างชอบใจ

 

“รู้..แต่ผมไม่เอาด้วยหรอก”

 

“หมายความว่ายังไง?” คราวนี้เสียงทุ้มห้วนและสั้น ความไม่พอใจฉายชัดในน้ำเสียง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้จียงหวั่นใจแต่อย่างใด ตรงกันข้ามร่างบางกลับรู้สึกพึงพอใจมากขึ้นไปด้วยซ้ำ

 

“ก็หมายความว่าผมเข้าใจที่พี่พูด แต่ที่พี่บอกให้ผมคอยระวังน่ะผมไม่สนใจทำหรอก”

 

“ทำไม!?” แม้จะไม่พอใจ แต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกสงสัยมากกว่า เมื่อร่างบางตรงหน้าอยู่ๆก็ขยับเข้ามาใกล้ แถมยังใช้แขนยกขึ้นคล้องคอเขาไว้ทั้งสองข้าง แสดงออกถึงความสัมพันธ์ที่ดูเกินเลยอย่างออกนอกหน้านอกตา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังอายผู้อายคนอยู่เลย

 

“ก็ผมน่ะ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็เป็นคนของพี่ มองแต่พี่ สนใจแค่พี่ซึงฮยอนคนเดียว เพราะฉะนั้นเรื่องที่ต้องคอยระวังอะไรพวกนั้นน่ะ พี่ซึงฮยอนก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบดูแลไปไม่ใช่หน้าที่ของผมซะหน่อย และที่ผมพูดมาทั้งหมดมันก็ถูกต้องเหมาะสมแล้วใช่ไหมละครับ...คุณองครักษ์พิทักษ์เจ้าหญิง”

 

ประกายเจ้าเล่ห์ในแววตาของคนที่ชอบเล่นบทเป็นเจ้าหญิง มาพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆแฝงการยั่วเย้าชัดเจนซะจนหัวอกของคนที่ต้องเล่นบทองครักษ์หนุ่มร้อนรุ่มขึ้นมาทันตา

 

หึ..ช่างเป็นเจ้าหญิงปีศาจโดยแท้ 

 

ปีศาจแสนสวยที่ทำให้ผู้คนลุ่มหลงแล้วก็สูญเสียการควบคุมไปอย่างช้าๆ และซึงฮยอนก็สูญเสียการควบคุมไปเพราะเจ้าปีศาจแสนซนนี่ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว ซึ่งครั้งนี้ก็ไม่อาจรอดพ้นไปได้เช่นกัน...

 

ไวเท่าความคิด ซึงฮยอนรั้งร่างบางเข้ามาแนบชิด ก่อนจะโน้มหน้าลงไปกระซิบติดริมฝีปาก

 

“งั้นก็โปรดเตรียมตัวไว้ด้วย เพราะข้าพระบาทจะทำให้องค์หญิงดูไม่บริสุทธิ์มากขึ้นอีก...ดีหรือไม่?”

 

“อืม..” จียงไม่อาจตอบอะไรไปมากกว่านั้น เพราะทันทีที่ริมฝีปากถูกช่วงชิงเขาก็ไม่ว่างอีกต่อไป จียงเผยอปากน้อยๆพร้อมอกพร้อมใจสนองตอบต่อสัมผัสอุ่นชื้นแสนอ่อนโยนนั้น

 

ทั้งสองคนต่างจมหายลงไปในคลื่นความหอมหวานและอุ่นซ่านไปทั้งหัวใจ จนหลงลืมไปแล้วว่าทั้งคู่ยังยืนอยู่ที่ใดและยังมีใครเดินผ่านไปผ่านมาบ้าง

 

ดูเหมือนความรักจะเป็นตัวการใหญ่ที่ทำให้คนสองคนต่างไม่เป็นตัวของเอง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าทั้งสองฝ่ายกำลังปรับตัวเข้าหากัน และไม่ว่าใครจะเผลอใจก่อนก็ไม่สำคัญ เพราะหลังจากนี้พวกเขาจะอยู่ด้วยกันอย่างแน่นอน

 

........

 

...

 

.

 

“จียง..”

 

“..อืม”

 

“อยากกินอะไรไหม?”

 

“อืม..”

 

“กลับห้องพี่นะ?”

 

“..อืม”

 

“พี่รักนายนะ”

 

“อืม..”

 

“ทำไมมีแต่อืมเนี่ย?”

 

“..อืม”

 

เฮ้อ..เจ้าปีศาจน้อยนี่ จะแกล้งกวนกันไปไหนนะ – ชเวซึงฮยอน

 

เว๊ย! จะถามไปจูบไปทำไมเนี่ย! เห็นหน้าหนาๆแบบนี้ก็อายเป็นเหมือนกันน้า – ควอนจียง     

 

//////////END//////////

 

 

Ps. จบแล้วนะคะ ติดตามตอนพิเศษได้ในเล่มค่ะ

สุดท้ายนี้

ขอขอบคุณสำหรับทุกการติดตามถามไถ่ ให้กำลังใจ และให้การติดตามอ่านและสนับสนุนกันเสมอมา

งานนี้จบลงแล้ว งานหน้าค่อยว่ากันใหม่นะคะ 

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

คัทจัง

 

katsuki_pri View my profile

Recommend